ข้ามไปยังเนื้อหา

รำวงเวียนครก : แบบรำท่า

กุมภาพันธ์ 20, 2012

“การรำวงไทย  เป็นสมัยมาแต่โบราณ  ทางภาคอีสาน  จัดงานฟ้อนรำมาก่อน  ครั้งต่อ ๆ มา  ทราบข่าวถึงพระนคร  กรมศิลปากร  ได้จัดการฟ้อนระเบียบรำ(ซ้ำ)”

บทร้องข้างต้นนี้เป็นบทเพลงที่ปรากฏในรำวงแบบพื้นบ้าน  บทเพลงดังกล่าวแสดงให้เห็นวิวัฒนาการ  การรำวงไทย  ซึ่งนิยมแพร่หลายในภูมิภาคต่าง ๆ   และเรียกชื่อต่างกันไปตามภูมิภาค  เช่น “รำโทน” ในแถบภาคกลาง   “รำแบบบท” ในแถบภาคเหนือตอนล่าง  และ“รำวงเวียนครก” ในแถบจังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย

รำวงเวียนครกเป็นการแสดงรำวงพื้นบ้านในจังหวัดนครศรีธรรมราช  กล่าวกันว่ารำวงเวียนครกเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลจอมพล ป.  พิบูลสงคราม  เป็นนายกรัฐมนตรี  ในช่วงเวลานั้นรำวงได้รับความนิยมและแพร่หลายในภูมิภาคต่าง ๆ   จังหวัดนครศรีธรรมราชก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีการแสดงชนิดนี้

บ้านหมน  ตำบลท่าเรือ  อำเภอเมือง  จังหวัดนครศรีธรรมราช  ก็เป็นอีกชุมชนหนึ่งซึ่งปรากฏร่องรอยความนิยมแพร่หลายของรำวงเวียนครกหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “รำท่า” รำวงเวียนครกในชุมชนท่าเรือเคยเจริญรุ่งเรืองเมื่อ ๖๐ – ๗๐ ปีล่วงมาแล้ว โดยมีพ่อครูพุ่ม บุญล้อม เป็นผู้ริเริ่มและสนับสนุนการแสดงชนิดนี้เพื่อความบันเทิงและความสามัคคีในชุมชน ซึ่งมีปรากฏคณะรำวงเวียนครกหลายคณะ เช่น คณะเอกศิลป์ คณะล่องฟ้า เป็นต้น

รำวงเวียนครกหรือรำท่าของชุมชนท่าเรือ  มีวิวัฒนาการสรุปได้ดังนี้

-  สมัยเริ่มแรก  เป็นการรำวงที่ไม่มีแบบแผน  จะนิยมแสดงกันในงานบุญงานกุศลต่าง ๆ เช่น  งานบวช  งานแต่งงาน  และงานศพ  ซึ่งเจ้าภาพจะให้ลูกหลานมานั่งหน้าเวทีรำวงเพื่อจะให้ผู้มาช่วยงานได้รำวงเป็นการขอบคุณ  และเป็นการผ่อนคลายความเหนื่อยล้าในการช่วยงานบุญกุศลดังกล่าว

-  สมัยตั้งเป็นคณะรำวง  จะมีแบบแผนในการแสดงมากขึ้น  มีการกำหนดท่ารำ  มีการรับจ้างแสดงคล้าย ๆ กับคณะโนรา  มีการประชันแข่งขัน

-  สมัยขายพวงมาลัย  เป็นสมัยที่คณะรำวงเริ่มรับเอาวัฒนธรรมต่างชุมชนเข้ามา  โดยเน้นความสนุกสนานของผู้ชายเป็นหลัก  กล่าวคือ  มีการขายบัตรหรือพวงมาลัยในการรำวงกับนางรำที่นุ่งน้อยห่มน้อย

-  สมัยเสื่อมความนิยม  รำวงเวียนครกมีจุดจบอย่างการแสดงชนิดอื่น ที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนทันต่อความเจริญทางเทคโนโลยี  ไม่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของคนในชุมชน  ในที่สุดก็เสื่อมความนิยม

รูปแบบการแสดง

รูปแบบการแสดงรำวงเวียนครกมีดังนี้

-  เริ่มต้นด้วยการไหว้ครูและเปิดวง

-  การแสดงเพื่อความบันเทิง

-  จบการแสดงโดยการอวยพรและขอบคุณเจ้าภาพ

ผู้แสดง

ผู้แสดงรำวงเวียนครกประกอบด้วย

๑.  พ่อเพลง  แม่เพลง  หรือคนเชียร์เพลง  จะมีประมาณ  ๒ – ๓ คน

๒.  นักดนตรี  จะมีประมาณ  ๔  คน

๓.  นักรำ  หรือ   นางรำ  ซึ่งมีทั้งผู้ชายและผู้หญิงคณะหนึ่งจะต้องมีอย่างน้อย  ๓  คู่ขึ้นไป  ผู้รำจะรำหรือทำท่าให้ตรงกับความหมายของเนื้อร้อง  จึงเป็นที่มาของชื่อ “รำท่า”

ดนตรีและเพลงประกอบการแสดงรำวงเวียนครก  ประกอบด้วย

-  ยุคดนตรีพื้นเมือง  ประกอบด้วย  ปืด  ฉิ่ง  ฉาบ  และกรับ

-  ยุคดนตรีตะวันตก  ประกอบด้วย  กีต้าร์  กลองชุด  คีย์บอร์ด  เป็นต้น

เพลงประกอบการแสดงเป็นบทเพลงเฉพาะถิ่นที่ปราชญ์ผู้รู้ในชุมชนได้แต่งไว้เพื่อการแสดงรำวงเวียนครกโดยเฉพาะ  บทเพลงทั้งหมดเท่าที่รวบรวมได้มีประมาณ  ๒๐  เพลง  ซึ่งจำแนกได้ดังนี้

๑.  บทเพลงไหว้ครู  บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

๒.  บทเพลงเกี้ยวพาราสี

๓.  บทเพลงชมธรรมชาติ

๔.  บทเพลงจากวรรณคดีไทย

๕.  บทเพลงบันทึกประวัติศาสตร์

เครื่องแต่งกายประกอบการแสดงรำวงเวียนครก  ไม่มีแบบแผนตายตัวเสื้อผ้าเน้นสีสันสวยงามและมีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของคณะ  ส่วนบริเวณสถานที่ที่ใช้แสดงประกอบด้วย

๑.  ครกตำข้าว  มีไว้เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของเวที  และมีไว้เพื่อวางเครื่องดื่ม

๒.  ต้นเตาร้างหรือต้นกล้วย  เพื่อตกแต่งประดับประดาให้สวยงาม

รำวงเวียนครก  นิยมแสดงกันในโอกาสต่าง ๆ ทั้งงานมงคลและอวมงคล  เป็นที่สังเกตว่า  รำวงเวียนครกสามารถแสดงในงานอวมงคลได้  ซึ่งวัตถุประสงค์ของรำวงเวียนครก  คือ  ความสนุกสนาน  และเพื่อขอบคุณหรือแสดงน้ำใจกับผู้มาร่วมหรือช่วยงาน  นอกจากนี้ยังมีการประชันแข่งขันในลักษณะเดียวกับการประชันหนังตะลุง  หรือประชันโนรา

ปัจจุบันรำวงเวียนครก  กำลังจะสูญหายไปจากสังคม  การไม่เห็นคุณค่าหรือไม่เห็นความสำคัญ เป็นปัญหาสำคัญที่ช่วยให้รำวงเวียนครกสูญหายเร็วยิ่งขึ้น  วิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช  โดยบุคลากรภาคนาฏศิลป์ไทยและภาคดุริยางค์ไทย  ได้ศึกษาข้อมูลในระดับหนึ่งก็หวังเพื่อเผยแพร่และกระตุ้นเตือนให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเห็นความสำคัญและหาแนวทางในการอนุรักษ์  สืบทอด  เผยแพร่ให้อยู่คู่สังคมไทยต่อไป

ตัวอย่างบทเพลงรำวงเวียนครก

เพลงไหว้ครู

ไหว้ครู  ไหว้ครู  ไหว้ครู  ในวงฟ้อนรำ  ชวนคิดประดิษฐ์น้ำคำ  ยกมือขึ้นรำ  รำแบบไหว้ครู

เพลงบูชา

             บูชา   บูชา  บูชา  เวียนทักษิณา  และเทวดามาช่วยอวยชัย  ศักดิ์สิทธิ์อยู่ชั้นโสฬศ  ปรากฏว่าท่านเป็นใหญ่  ขอให้  (เอกศิลป์)  มีชัย  ป้องกันภัยในยามราตรีไหว้นางรุกขเทวดา  ขอเชิญลงมาปกเกล้าเกษี  อีกทั้งแม่นางธรณี  มาช่วยยินดีปกป้องกันภัย  (คณะเอกศิลป์)  รำท่าประกาศ  ไม่พลั้งพลาดสถิตทิศไหน  ขอให้  (เอกศิลป์)  มีชัย  มีชัยอยู่ไปตลอดกาล  (ซ้ำ)

เพลงหนุ่มน้อย

ชาย      :        หนุ่มน้อยเดินไปตลาดนัด  เจอะสาวผมดัดร้องขายมะปราง
หญิง     :        เชิญซิจ๊ะ  พี่ยามาซื้อบ้าง  (ซ้ำ)
ชาย      :        แหม!  มะปรางของนางช่างหล่อจริง  สวยแอร่มเหมือนดั่งแก้มน้องหญิง
หญิง     :        อุ๊ย! ตายจริง  มาเกี้ยวหญิงกลางคน
ชาย      :        เป็นอย่างไรก็ซิจ๊ะ
หญิง     :        บอกว่าอายคน  ชายนี้สัปดนอายคนเสียจริง ๆ

เพลงนกขมิ้น

นกขมิ้นเหลืองอ่อนจะฟ้อนจะรำ  จับคู่ระบำมารำท่า  จับต้นมะปราง
ตัวผู้ไซร้หาง ตัวนางก็ไซร้ขน  (ซ้ำ)
พอเหลียวเห็นคนก็บินกลับรัง (ซ้ำ)

เพลงพระรามเดินดง

โอ้พระรามเดินดง                                    เฝ้าแต่ทรงโศกา
เพราะเป็นห่วง เพราะเป็นห่วงสีดา             โศกาอยู่ทุกคืนวัน (ซ้ำ)
ตั้งแต่น้องไปอยู่เมืองยักษ์                         ทุกข์หนักคิดถึงแม่แจ่มจันทร์
ป่านฉะนี้เธอคงคอยฉัน                            สีดานั้นนับวันจะโรยรา(ซ้ำ)

เพลงจอมพล ป.

จอมพล ป. ท่านมีวาสนา                          เปลี่ยนกลับมาเป็นนายกใหม่
ส่งเสริมการรำวงไทย (ซ้ำ)                        ชื่นใจกับท่านจอมพล (ซ้ำ)
ความคิดดีของท่านมีหลัก  (ซ้ำ)                ให้เรารักไม่ต้องฉงน
กอบเกื้อเชื่อท่านจอมพล(ซ้ำ)                    คิดดีประจำผู้นำชาติไทย(ซ้ำ)

เพลงการรำวงไทย

การรำวงไทย  เป็นสมัยมาแต่โบราณ  ทางภาคอีสาน  จัดงานฟ้อนรำมาก่อน
ครั้งต่อ ๆ มา  ทราบข่าวถึงพระนคร  กรมศิลปากร  ได้จัดการฟ้อนระเบียบรำ(ซ้ำ)

เพลงจันทร์วงกลม

จันทร์วงกลม  ยามฉันดินชม  แสงจันทร์นั้นส่องนวลใย  มองฉันมองดูไป  สาว ๆ ที่ไหนมาเล่น
ฟ้อนรำ  โอ้ละเน้อหน้านวลเอย  เรียมคอยเจ้าสาวๆ คอยอยู่  เรียมคอยอยู่สาวเจ้าก็ไม่เห็น
สายลมเย็นยังไม่เห็นหน้าเจ้า  ทุกค่ำเช้าเฝ้าแต่แลมอง
แล่นแต๋ว  แล่นแต๋ว  แล่นแต๋ว  ๆ  ๆ  ๆ  ๆ

เพลงประตูหัวใจ

ใจหนอใจ  เปิดได้เหมือนบานประตู  จะเปิดให้ดูหัวใจ  มา  มา  มาปลูกรักคนละต้น  รักใครจะหล่นก่อนใคร

เพลงเธอจ๋า

เธอจ๊ะ  เธอจ๊ะ  เธอจ๋า  ไปไหนมาฉันนี้ตั้งตาคอย  มานี่  มานี่   มาดึงหูกันเสียหน่อย  ฉันตั้งตาคอยคอยอยู่ไปนาน  รีบร้อนเกินไปตกบันไดหลังบ้าน  จึงต้องเดินเขยกมา  จงเมตตาสงสาร  โกหกเป็นไฟไม่ได้การ  เที่ยวซุกซนหลังบ้านฉันต้องตี  ต้องตี  ๆ ๆ ๆ

เพลงยูงรำแพน

ยูงรำแพน  ชะอ้อน  ชะแอ้น  ชะโอด  สะอง  อย่าบินให้มันสูงนัก  ประเดี๋ยวปีกหัก  พลัดลงกลางดง  ปีกหักน้องยังต่อได้  ไม่เป็นไรดอกนะแม่โฉมยง

เพลงวันทอง

วันทองน้องนอนไม่หลับ  ขุนแผนไปทัพเมื่อไหร่จะกลับมา  มาปลูกโพธิ์ไว้คนละต้น  เวลาโพธิ์หล่นเอาไว้ดูต่างหน้า  แม้นโพธิ์ตายพี่ไม่ได้กลับมา  ปลูกโพธิ์ไว้ท่าดูต่างหน้าแม่วันทอง

เพลงจีนแก่

จีนแก่ร่างกายรุงรัง  ตีนมือเปื่อยพังไปเที่ยวขอสาร  เจ็บไข้ไม่ได้ทำงาน  มาเที่ยวขอสารเลี้ยงชีวิตตน  ตู้หลงว่าขอสักหม้อ  อะไรมาขอวันละหนสองหน  อ้ายเจ๊กนี่แลทีชอบกล  ประพฤติตนเป็นคนขอทาน

About these ads
ให้ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: